Tracer ออกแอปเดสก์ท็อป — รวม Claude Code, Codex, Cursor ให้ทำงานร่วมกันในที่เดียว
สารบัญ
สรุปให้ไว
แอปเดสก์ท็อปตัวใหม่
Tracer ออกแอปแยกจาก extension ใน VS Code มาเป็นตัวจัดการ agent หลายตัวในหน้าจอเดียว
เอา agent เดิมมาต่อ
เชื่อม Claude Code, Codex, Cursor และ Open Code ที่จ่ายอยู่แล้วเข้ามารันคู่กัน (bring your own subscription)
ฟรี + เปิดซอร์ส
แพลนเริ่มต้น BYOA ราคา 0 บาท ทำงานแบบ local ล้วน โค้ดเปิดให้ดูบน GitHub ได้
agent คุยกันเองได้
มอบงานต่อ อ่านบทสนทนาของกันและกัน แล้วสรุปกลับมา ในงานเดียว
01มันคืออะไร
ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่มี coding agent ดี ๆ — เรามี Claude Code, Codex, Cursor, Open Code เต็มไปหมด แต่แต่ละตัวต่างอยู่ในโลกของตัวเอง พอเริ่มงานใน Codex แล้วอยากให้ Claude Code มารีวิว เราก็ต้องก็อปโจทย์ ก็อป error ก็อป diff แล้วอธิบาย context ใหม่ทุกครั้ง สุดท้ายเราไม่ได้บริหาร AI แต่กลายเป็นคนวิ่งส่งสารระหว่างช่องแชตด้วยมือตัวเอง
Tracer เดสก์ท็อปวางตัวเป็น "เวิร์กสเปซกลาง" ที่ครอบ agent เหล่านั้นไว้ด้วยกัน แทนที่จะถามว่า "ควรใช้ agent ตัวไหน" คำถามเปลี่ยนเป็น "จะเอา agent ที่จ่ายอยู่แล้วมาทำงานร่วมกันยังไงไม่ให้ context หลุดทุก 5 นาที" ทุกอย่างจัดเป็น task โดยแต่ละ task มีไฟล์ ประวัติ และ diff ของตัวเอง
02ทำอะไรได้บ้าง
เวิร์กโฟลว์จริงเป็นแบบนี้: เปิดโฟลเดอร์โค้ดที่จะทำ สร้าง task ใหม่ แล้วให้ agent หนึ่งวางแผน (เช่นสั่ง Codex ให้สำรวจโปรเจกต์แล้วเสนอแผนที่เล็กและปลอดภัยที่สุด โดยยังไม่แก้ไฟล์) ระหว่างที่ตัวแรกวางแผน เราเปิดอีกแชตในงานเดียวกันให้ Claude Code รีวิวแผนนั้น มองหา edge case ที่หลุด แล้วค่อยสั่ง agent ตัวลงมือทำจริงตามแผนที่ผ่านรีวิวแล้ว
จุดที่ต่างจากแชตทั่วไปคือ agent สร้าง agent ลูกได้ ส่งคำสั่ง ถาม-ตอบ และอ่าน transcript กันเองภายใน task เดียว เหมือนให้วิทยุสื่อสารกันไว้ พอทำเสร็จก็เปิดแผง git diff ดูไฟล์ที่เปลี่ยนทีละบรรทัดได้ก่อนเชื่อ และถ้าโมเดลหนึ่งตัน ก็สลับตาถัดไปเป็นอีกโมเดลได้โดย task ยังถือแผน รีวิว ไฟล์ และประวัติไว้ครบ
จุดเด่นที่ต่างจากแชตทั่วไป
- ★
Bring your own agent
ต่อ subscription เดิม (Claude Code, Codex, Cursor, Open Code) เข้ามาใช้ ไม่ต้องซื้อ AI ก้อนใหม่
- ★
Agent-to-agent
agent มอบงาน อ่านบทสนทนา และประสานงานกันเองในงานเดียว
- ★
Task เป็นห้องรวมงาน
แต่ละ task มี file system, artifacts, ประวัติ และ diff ของตัวเอง
- ★
Epic mode
งานใหญ่แตกเป็น spec, ticket และเกณฑ์ยอมรับ แทนพรอมป์ยาว ๆ ก้อนเดียว
- ★
แชร์ให้ทีมได้
คอมเมนต์และแชร์ task ให้เพื่อนเห็นแชต ไฟล์ diff และรีวิว (ต้องขยับเป็นแพลน sync)
03เกี่ยวอะไรกับเรา
ฟันธง: ถ้าเราเด้งไปมาระหว่าง Claude Code, Codex, Cursor อยู่แล้ว อันนี้ลองได้เลย เพราะแพลนเริ่มต้นฟรีและรันในเครื่องตัวเอง จุดขายคือมันไม่ได้พยายามเป็น "agent ตัวเดียวจบ" แต่เป็นชั้นกลางที่ทำให้ agent ที่เรามีอยู่คุยกันได้โดยไม่เสีย context
จุดที่ต้องระวัง: ตอนนี้มีแค่ Mac (Apple Silicon/Intel) กับ Linux ส่วน Windows ยังไม่มา, cloud sync กับฟีเจอร์ทีมต้องขยับเป็นแพลนจ่ายเงิน, และลิมิตการใช้งานของ agent เดิมยังอยู่เหมือนเดิม Tracer แค่จัดระเบียบให้ ไม่ได้ปลดลิมิตให้ Human Gate ที่ต้องคุมคือ อย่าเชื่อ diff ลอย ๆ — เปิดแผง diff ตรวจก่อน merge ทุกครั้ง โดยเฉพาะโค้ดที่แตะไฟล์บริษัทหรือลูกค้า ต่อยอด: ใช้เป็นชั้นคุม workflow กลางแล้วมอบให้แต่ละ agent ทำงานที่มันถนัด