Call Me Thanut
newspaperข่าวสาร

Kimi K3 มาแล้ว — ขึ้นที่ 1 สาย front-end แซง Fable 5 แต่ยังไม่บอกว่าเปิดโค้ดไหมและราคาเท่าไร

16 ก.ค. 2026อ่าน 5 นาที
Kimi K3 มาแล้ว — ขึ้นที่ 1 สาย front-end แซง Fable 5 แต่ยังไม่บอกว่าเปิดโค้ดไหมและราคาเท่าไร
สารบัญ

สรุปให้ไว

ขึ้นที่ 1 สาย front-end

ขึ้นอันดับหนึ่งบน arena ที่วัดงานหน้าเว็บ แซง Fable 5 และกระโดดจากอันดับ 18 ของรุ่นก่อนถึง 17 ขั้น

context 1M token

โมเดล 2.5 ล้านล้านพารามิเตอร์ หน้าต่างข้อมูล 1 ล้าน token เท่ากับสี่เท่าของรุ่นก่อนที่อยู่ที่ 256k

เก่งงานยาวที่ต้องทำเองจนจบ

จุดที่เด่นสุดคืองานที่ต้องลุยต่อเนื่องหลายสิบขั้น เจอ error แล้วแก้เองโดยไม่หยุดถาม

ยังไม่ยืนยันว่าเปิดโค้ด และยังไม่มีราคา

รุ่นก่อนเปิดโค้ด แต่รอบนี้ทีมยังไม่พูด สองข้อนี้คือตัวตัดสินว่าจะเอามาใช้จริงได้ไหม

01Kimi K3 คืออะไร

Kimi K3 คือโมเดลรุ่นใหม่จาก Moonshot ทีมจีนที่ทำสาย Kimi มาตั้งแต่ K2 และ K2.7 ซึ่งเป็นโมเดลเปิดที่หลายคนใช้เป็นตัวหลักสำหรับงานเขียนโค้ด รอบนี้เป็นการข้ามขั้นครั้งใหญ่ ไม่ใช่การขยับเลขเวอร์ชันเฉย ๆ

สเปกที่ประกาศคือ **2.5 ล้านล้านพารามิเตอร์ พร้อม context window 1 ล้าน token** ภาพจำง่าย ๆ คือ context window คือความจำที่โมเดลถือไว้ได้ในงานเดียว รุ่นก่อนถือได้ 256k token รุ่นนี้ถือได้สี่เท่า แปลว่าโยนโปรเจกต์ทั้งก้อนให้มันอ่านทีเดียวได้จริงมากขึ้น ไม่ต้องคอยตัดแบ่งไฟล์

จุดที่ต้องพูดให้ชัดตั้งแต่ต้น — **ยังไม่มีการยืนยันว่ารุ่นนี้จะเปิดโค้ดหรือไม่ และยังไม่มีการประกาศราคา** ทีมยังไม่ให้ข้อมูลส่วนนี้ ใครที่วางแผนจะเอาไปใช้ต้องรอตรงนี้ก่อน

02ตัวเลขบอกอะไร และตรงไหนที่ยังขัดกัน

ผลทดสอบหนึ่งสำนักที่รันชุดโจทย์ 8 ข้อ เต็ม 80 คะแนน ให้ K3 ได้ **62 คะแนน หรือ 77.5% อยู่อันดับสาม** ตามหลัง Fable 5 ที่ 82.5% และ Opus 4.8 ที่ 80% แต่นำ GLM 5.2 ที่ 75%, GPT-5.6 Soul ที่ 71.25% และ Grok 4.5 ที่ 65%

ขณะเดียวกันมีรายงานที่ขัดกันอยู่ — บางสำนักที่อ้างอิงเบนช์มาร์กสาธารณะบอกว่า K3 แซง Opus 4.8 ไปแล้วและสูสี Fable 5 ส่วนบน arena ที่วัดงานหน้าเว็บ K3 ขึ้นเป็นอันดับ 1 แซง Fable 5 จริง กระโดดจากอันดับ 18 ของรุ่นก่อน 17 ขั้น ส่วนบนชุดวัดงาน SWE ระดับ frontier ตัวเลขอยู่ที่ 81.2 เทียบกับ Fable 5 ที่ 86.6 ซึ่งยังตามอยู่

**อ่านตัวเลขพวกนี้ยังไงให้ไม่หลงทาง** — คำตอบคือแต่ละสำนักวัดคนละชุดโจทย์ ตัวเลขจึงขัดกันได้โดยไม่มีใครโกหก สิ่งที่ทั้งสองฝั่งเห็นตรงกันคือ K3 ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหัวแถวแล้วจริง ๆ ส่วนอันดับเป๊ะ ๆ ขึ้นกับว่าคุณวัดอะไร

สิ่งที่โดดออกมาจากการทดสอบ

  • งานยาวคือของถนัด

    โจทย์ที่ให้สร้าง data set เอง เทรนโมเดลเล็กต่อ แล้วปิดท้ายด้วยหน้าเว็บใช้งานได้ ทำจนจบเองทั้งชุด เจอ error ระหว่างทางก็ไล่แก้เองโดยไม่หยุดถาม ได้เต็ม 10

  • หยิบเครื่องมือที่มีอยู่มาใช้เอง

    เรียกเครื่องมือฝั่งเบราว์เซอร์มาเปิดดูผลงานตัวเองแล้วย้อนกลับไปแก้ ทั้งที่ไม่มีใครสั่ง ซึ่งโมเดลส่วนใหญ่ไม่ทำถ้าไม่บอก

  • ไม่คิดเกินจำเป็น

    ไม่เผา token ไปกับการครุ่นคิดก่อนงานง่าย ๆ ทำให้เร็วขึ้นและค่าใช้จ่ายต่อรอบต่ำลง ข้อนี้สำคัญกับงานจริงมากกว่าที่คนคิด

  • งาน 3D ที่ต้องขยับได้ยังไม่ผ่าน

    โจทย์นาฬิกาข้อมือ 3D ที่ต้องเดินจริงได้ 3 เต็ม 10 และโจทย์กล่องคอนแทคเลนส์ที่ต้องกดเปิดฝาได้ 5 เต็ม 10 แม้จะยังเป็นคะแนนกลุ่มบนของโจทย์ข้อนั้นก็ตาม

  • งานออกแบบเว็บสำเร็จรูปยังจืด

    สั่งลอย ๆ แล้วได้หน้าเว็บที่กลิ่น AI ชัด ต้องมีชุดสไตล์ของตัวเองใส่เข้าไปก่อนถึงจะได้งานที่ใช้ได้

  • ผูกกับ CLI ของตัวเองแน่นกว่า

    ใช้ผ่าน harness อื่นได้ปกติ แต่ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจนเมื่อรันผ่าน CLI ของ Kimi เอง

03เกี่ยวอะไรกับเรา

ฟันธง — **รอ แต่รอแบบเตรียมตัว** เหตุผลไม่ใช่เพราะโมเดลไม่ดี ตรงกันข้าม ผลทดสอบบอกตรงกันว่ามันขึ้นมาอยู่หัวแถวแล้ว เหตุผลคือ **ของสองอย่างที่ตัดสินว่าใช้ได้จริงไหมยังไม่ประกาศ — สถานะ open source และราคา** ถ้าเปิดโค้ดจริงตามธรรมเนียมรุ่นก่อน และราคาเกาะแนวเดิม นี่คือทางเลือกที่คุ้มมากสำหรับทีมที่ค่าโมเดลเริ่มบาน แต่ถ้าไม่เปิดและตั้งราคาเท่าเจ้าอื่น เหตุผลที่จะย้ายก็หายไปเกือบหมด

จุดที่น่าสนใจจริงสำหรับคนทำงานคือ **ความสามารถงานยาว** ไม่ใช่คะแนนเบนช์มาร์ก งานที่เจ็บที่สุดในชีวิตจริงไม่ใช่โจทย์ข้อเดียวจบ แต่คืองานที่ต้องลุยยี่สิบขั้น เจอพัง แก้ แล้วไปต่อ โมเดลที่ไม่หยุดกลางทางมาถามทุกสามนาทีคือโมเดลที่ประหยัดเวลาคุณจริง

**Human Gate ที่ต้องมี** — โมเดลที่ "ลุยจนจบไม่หยุดถาม" คือดาบสองคม ข้อดีคือไม่ต้องนั่งเฝ้า ข้อเสียคือมันแก้ไฟล์ไปสิบรอบแล้วกว่าคุณจะรู้ว่ามันเข้าใจโจทย์ผิดตั้งแต่ขั้นแรก ถ้าจะลอง **ให้ลองบนโปรเจกต์ทิ้งได้หรือ branch แยกเท่านั้น อย่าเพิ่งให้แตะโค้ดลูกค้าหรือ repo หลัก** และตั้งจุดตรวจให้ชัดว่างานเสร็จแบบไหนถึงเรียกว่าผ่าน ไม่ใช่ปล่อยแล้วมาดูตอนจบ

**ต่อยอด** — ถ้าทีมคุณมี workflow ที่วิ่งด้วยโมเดล frontier อยู่แล้ว วิธีคิดที่คุ้มกว่าคือแยกงานเป็นชั้น งานที่ต้องตัดสินใจยากใช้ตัวที่แพงกว่า ส่วนงานยาวที่วนซ้ำเยอะแต่ไม่ซับซ้อนคือช่องที่โมเดลอย่าง K3 ลงตัว พอราคาประกาศเมื่อไหร่ ค่อยเอาตัวเลขจริงมาเทียบว่าย้ายแล้วประหยัดจริงไหม อย่าย้ายเพราะอันดับบนตาราง