Microsoft Copilot Co-work เปิดใช้ทั่วโลก — agent ทำงานยาวได้ แต่คิดเงินตามใช้จริง
สารบัญ
สรุปให้ไว
Co-work เปิดทั่วไปแล้ว
เวอร์ชัน agent ของ Copilot ที่รับงานยาว ๆ ไปทำเองในคลาวด์ พร้อมใช้งานทั่วโลก
เปลี่ยนมาคิดตามใช้
บิลเป็น Copilot credits เครดิตละ 1 เซนต์ ไม่ใช่เหมาจ่ายไม่อั้นอีกต่อไป
เลือกโมเดลตามงาน
รันบน Opus 4.8, Sonnet 4.6, GPT-5.5 และกำลังจะมีรุ่นของ Microsoft เอง
ส่อง DeepSeek เป็นตัวประหยัด
มีรายงานว่า Microsoft พิจารณา DeepSeek V4 รุ่น fine-tune โฮสต์บน Azure เป็นออปชัน
01มันคืออะไร
Copilot Co-work คือ Copilot เวอร์ชัน "agent" ที่ไม่ได้แค่ตอบคำถามทีละข้อ แต่รับงานทั้งก้อนไปทำเอง คิดง่าย ๆ คือ Copilot ปกติเหมือนผู้ช่วยที่ตอบเป็นข้อ ๆ ส่วน Co-work เหมือนลูกน้องที่รับโจทย์ไปแล้วแตกเป็นขั้นตอน ดึงข้อมูลบริษัท เรียกเครื่องมือ ทำงานข้ามหลายไฟล์ และรันต่อในคลาวด์จนได้งานสำเร็จกลับมา
แทนที่จะสั่งให้ร่างอีเมลหรือสรุปประชุม คุณสั่งให้มันเทียบไฟล์เป็นพัน ๆ ไฟล์ วิเคราะห์ pipeline งานขาย แก้สเปรดชีต ทำกราฟ หรือดึงข้อมูลจากระบบภายในแล้วทำงานนั้นให้จบได้ ตอนนี้ Microsoft ประกาศว่า Co-work เปิดใช้งานทั่วไปทั่วโลกแล้ว หลังอยู่ในโปรแกรมทดลอง Frontier มาราว 3 เดือน โดยบอกว่ามีบริษัทใน Fortune 500 เกินครึ่งได้ลองใช้ในช่วงนั้น
02ทำไมต้องเปลี่ยนมาคิดเงินตามใช้
จุดเปลี่ยนใหญ่คือเรื่องเงิน Co-work ย้ายมาใช้แบบจ่ายตามใช้จริง วัดเป็นหน่วยที่เรียกว่า Copilot credits ราคาเครดิตละ 1 เซนต์ตอนเปิดทั่วไป ราคาต่อหนึ่งงานขึ้นกับสี่อย่าง คือโมเดลที่ใช้ การดึง context เข้ามา จำนวนการเรียกเครื่องมือ และเวลาที่รัน เหตุผลที่ Microsoft ให้ไว้ตรงไปตรงมา คือบางคนยิงงานเป็นร้อยงานต่อสัปดาห์ ทำให้ต้นทุนพุ่งจนแบบใช้ไม่อั้นไปต่อไม่ไหว
นี่คือภาพรวมของเศรษฐกิจ agent ทั้งวงการตอนนี้เลย พอเครื่องมือมันทำงานได้จริง คนก็ยิ่งใช้หนัก และทุกงานที่รันมันกินทั้งการเรียกโมเดลซ้ำ ๆ การ retrieve การเรียก tool และเวลารัน ต้นทุนเลยบานได้เร็ว การจะใช้ Co-work ต้องมี Microsoft 365 Copilot license ก่อน แล้วค่อยจ่ายเป็น credit ตามการใช้ของแต่ละงาน
โครงราคาและตัวเลือกที่ต้องรู้
- ★
แบ่งงานเป็นสามระดับ
light, medium, heavy ตามจำนวนแหล่งข้อมูล ความลึกของการคิด และจำนวนผลลัพธ์
- ★
ประเมินด้วย persona
แบ่งผู้ใช้สี่กลุ่มเพื่อกะต้นทุนรวมขององค์กรได้ว่าใครใช้แบบไหนบ่อยแค่ไหน
- ★
แบบ pre-commit (P3)
ยอมผูกปริมาณการใช้ล่วงหน้าเพื่อแลกส่วนลด เหมาะกับองค์กรที่คาดปริมาณงานได้
- ★
เลือกโมเดลตามงาน
Opus 4.8 และ Sonnet 4.6 ตอนเปิดทั่วไป, GPT-5.5 ในโปรแกรม Frontier และ Co-work 1 รุ่นของ Microsoft เองที่จะมาในไม่กี่สัปดาห์เน้นต้นทุนต่ำ
03DeepSeek เข้ามาเกี่ยวตรงไหน
มีรายงานจาก Axios ว่า Microsoft กำลังพิจารณานำ DeepSeek V4 รุ่น fine-tune (หรือโมเดล open-source ตัวอื่น) มาเป็นตัวเลือกรุ่นประหยัดสำหรับ Co-work โดยถ้าเลือกใช้จริงจะไม่เปิดเป็นค่าเริ่มต้น แต่เป็นออปชันให้ลูกค้าเลือก โมเดลจะโฮสต์เต็มตัวบน Azure ข้อมูลลูกค้าอยู่ในคลาวด์ของ Microsoft และผ่านการ fine-tune กับมาตรการความปลอดภัยเพิ่ม
ภาพรวมที่สำคัญกว่าตัวข่าว DeepSeek คือ Copilot กำลังกลายจาก "ผู้ช่วยตัวเดียวที่ใช้โมเดลเดียว" ไปเป็นแพลตฟอร์มที่ route งานข้ามหลายโมเดลตามต้นทุน คุณภาพ ความปลอดภัย และลักษณะงาน บางงานใช้ Opus 4.8 บางงานใช้ Sonnet 4.6 งานหนัก ๆ ใช้ GPT-5.5 งานประจำต้นทุนต่ำใช้ Co-work 1 และงานที่อ่อนไหวเรื่องราคาก็อาจใช้ DeepSeek บน Azure ทั้งหมดนี้ยังต้องย้ำว่าส่วน DeepSeek ยังเป็นแค่การ "พิจารณา" ตามรายงาน ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ยืนยันแล้ว
04เกี่ยวอะไรกับเรา
ถ้าทีมหรือองค์กรของคุณใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว เรื่องนี้กระทบตรง ๆ จุดที่ต้องคิดก่อนคือเรื่องงบ เพราะ agent ที่ "ทำงานยาวได้จริง" มาพร้อมบิลแบบจ่ายตามใช้ พองานมันคุ้มค่า คนก็จะยิงงานเยอะขึ้น และค่าใช้จ่ายก็โตตาม ก่อนปล่อยให้ทั้งทีมยิงงานรัว ๆ ควรตั้งงบ ตั้งเพดาน และมี Human Gate คือจุดที่คนต้องตรวจ โดยเฉพาะงานที่แตะข้อมูลบริษัท ลูกค้า เงิน หรือสัญญา
ฟันธง: วางแผนก่อนเปิดใช้ทั้งองค์กร ลองแยกให้ชัดว่างานไหนคุ้มกับการปล่อยให้ agent ทำยาว ๆ และงานไหนใช้ Copilot chat ปกติก็พอ ส่วนเรื่องเลือกโมเดล ให้จับงานเบาไปรุ่นถูก งานที่ต้องแม่นและอ่อนไหวค่อยใช้รุ่นแพง นี่จะเป็นทักษะสำคัญของยุคนี้ คือรู้ว่าจะใช้โมเดลไหนกับงานแบบไหนให้คุ้มที่สุด