Call Me Thanut
puzzleOpen Source

Hermes Agent เพิ่มโหมด Blank Slate — เปิด agent แบบโล่ง เปิดเฉพาะที่ใช้ ลด token ลดความเสี่ยง

21 มิ.ย. 2026อ่าน 4 นาที
Hermes Agent เพิ่มโหมด Blank Slate — เปิด agent แบบโล่ง เปิดเฉพาะที่ใช้ ลด token ลดความเสี่ยง
สารบัญ

สรุปให้ไว

บูตแบบโล่ง

เริ่มด้วยขั้นต่ำสุด (model, ไฟล์, terminal) ปิดความสามารถหลัก ~12 อย่างไว้ก่อน

เปิดเท่าที่จำเป็น

เลือกเปิดทีละอย่างด้วยคำสั่งเดียว ไม่ต้องเปิดทั้งกล่อง

กันฟีเจอร์งอกเงียบ ๆ

สิ่งที่ปิดไว้จะไม่ถูกเปิดกลับเองแม้หลังอัปเดต

ปลอดภัย + ประหยัด

ลดช่องให้ทำผิดพลาด และลด token เพราะ prompt เพรียวลง

01มันคืออะไร

Hermes Agent เพิ่มโหมดติดตั้งใหม่ชื่อ Blank Slate ภาพจำคือ แทนที่ agent จะบูตพร้อมเครื่องมือเปิดครบทั้งกล่อง มันบูตด้วยของขั้นต่ำสุดเท่านั้น คือ model ไฟล์ และ terminal ส่วนความสามารถหลักราว 12 อย่าง เช่น เปิดเว็บ รันโค้ด แตะ memory จะถูกปิดไว้ก่อน แล้วคุณค่อยเปิดเฉพาะที่งานนั้นต้องใช้จริง

ตอนนี้การตั้งค่ามีสามแบบให้เลือก: quick setup (ล็อกอินฟรีผ่าน portal ของ Nous ได้ model กับ gateway tools เร็ว ๆ), full setup (เดินตั้งทุก provider ทุก tool เองด้วย API key ของตัวเอง คุมได้ละเอียดแต่ขั้นตอนเยอะ) และ blank slate (ขั้นต่ำสุดตามที่อธิบายไป)

02ทำงานยังไง

เมื่อเลือก blank slate ระบบจะจดรายการว่าอะไรเปิดได้และอะไรถูกปิด สิ่งที่ปิดไว้จะไม่ถูกเปิดกลับเอง ไม่ใช่โดยบังเอิญ และไม่ใช่หลังอัปเดต ซึ่งต่างจากเครื่องมือทั่วไปที่มักแอบเพิ่มฟีเจอร์กลับมาเวลาอัปเดต agent ของคุณจึงคงรูปร่างเดิมตามที่ตั้งไว้ เรียกใช้ผ่านคำสั่ง hermes setup แล้วเลือก blank slate ส่วน agent เดิมที่ตั้งแบบเปิดครบไปแล้ว ก็ trim ทีหลังได้ผ่าน hermes tools โดยไม่ต้องลงใหม่ และถ้าต้องการความสามารถไหนเพิ่ม ก็เปิดกลับด้วยคำสั่งเดียว

ทำไม Blank Slate ถึงน่าใช้

  • ลด attack surface

    เครื่องมือเปิดน้อย ช่องให้ agent ทำสิ่งที่ไม่ตั้งใจก็น้อยลง ปลอดภัยขึ้น

  • ประหยัด token

    agent เพรียว system prompt ก็เพรียว ลด noise ทุกครั้งที่เรียกใช้

  • คาดเดาได้

    agent มีเฉพาะเครื่องมือที่คุณให้ ไม่มีเซอร์ไพรส์

  • คุมง่าย

    เปิด/ปิดความสามารถด้วยคำสั่งเดียว ปรับ agent เดิมได้ไม่ต้องลงใหม่

03เกี่ยวอะไรกับเรา

โหมดนี้ตรงกับแนวคิดเรื่องความปลอดภัยและการควบคุมมาก โดยเฉพาะงานที่แตะข้อมูลลูกค้า เงิน หรืองาน production ที่ยิ่งเปิดเครื่องมือเยอะ ยิ่งมีช่องให้พลาด การเปิดเท่าที่จำเป็นช่วยทั้งความปลอดภัยและการประหยัด token ไปพร้อมกัน ส่วนงานส่วนตัวที่ลองเล่นได้สบาย ๆ จะตั้งแบบเปิดครบก็ไม่ผิด

ฟันธง: ลอง สำหรับงานที่ต้องคุมความเสี่ยง ให้เริ่มจาก blank slate แล้วเปิดความสามารถทีละอย่างเมื่อจำเป็น เป็นนิสัยการตั้งค่าที่ดีกว่าเปิดทุกอย่างทิ้งไว้ ต่อยอดได้โดยตั้ง profile แยกตามงาน เช่น profile สำหรับงานลูกค้าที่เปิดน้อย กับ profile ส่วนตัวที่เปิดมากกว่า

โปรเจกต์ open-source

อยากลองเองไหม? โปรเจกต์นี้เป็น open-source โหลด repo ทางการมาลองได้เลย

ดูบน GitHub →