Midjourney หักเลี้ยวสู่การแพทย์ — เครื่องสแกนร่างกายในน้ำ 60 วินาที และ Midjourney Spa
สารบัญ
สรุปให้ไว
ข้ามสายไปการแพทย์
Midjourney ประกาศ Midjourney Medical เครื่องสแกนร่างกาย ไม่ใช่ตัวสร้างภาพ
สแกนในน้ำ 60 วินาที
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์รอบตัวสร้างแผนที่ 3 มิติของร่างกาย
เร็วกว่า MRI ~100 เท่า
เป็นทั้งโจทย์ฮาร์ดแวร์และคอมพิวต์มหาศาล
เปิดเป็นสปา
วางแผน Midjourney Spa ที่ซานฟรานซิสโกปี 2027
01มันคืออะไร
Midjourney บริษัทที่คนทั่วไปรู้จักจากการสร้างภาพด้วย AI ประกาศโปรเจกต์ที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิงชื่อ Midjourney Medical มันไม่ใช่ตัวสร้างภาพ แต่เป็นเครื่องสแกนร่างกายเต็มตัว โดยให้คนแช่ในสระน้ำอุ่นแล้วใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ยิงรอบตัวจากหลายทิศ ฟังการสะท้อนของคลื่น แล้วประกอบกลับเป็นแผนที่ 3 มิติของอวัยวะภายใน ตั้งเป้าให้ทั้งกระบวนการเสร็จภายในราว 60 วินาที
02ทำงานยังไง และยังติดตรงไหน
ตัวเครื่องใช้วงแหวนเซนเซอร์ราว 500,000 ชิ้น แต่ละชิ้นขนาดเท่าเม็ดทราย ยิงคลื่นและบันทึกการสะท้อนนับล้านครั้งต่อวินาที สร้างข้อมูลระดับเทระไบต์ต่อวินาที ส่วนที่ยากจึงไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นการแปลงคลื่นมหาศาลให้เป็นภาพที่ใช้ได้ คลื่นเดินทางต่างกันเมื่อผ่านน้ำ ผิวหนัง ไขมัน กระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะ ระบบจึงใช้ความต่างเหล่านี้ประกอบเป็นภาพภายในร่างกาย ทีมงานอ้างว่าเร็วกว่า MRI ราว 100 เท่า
แผนการคือไม่ได้เอาเครื่องไปวางในคลินิก แต่สร้างเป็น Midjourney Spa ที่มีอ่างน้ำร้อน ซาวน่า และสระสแกนรวมอยู่ในที่เดียว เริ่มที่ซานฟรานซิสโกในปี 2027 อย่างไรก็ตามการขออนุมัติจาก FDA เป็นคอขวดใหญ่ จึงเริ่มจากการทำแผนที่องค์ประกอบร่างกายก่อน แล้วค่อยขยายความสามารถ และตั้งเป้าขยายเมืองพร้อมชิปเฉพาะในปี 2028
Midjourney Medical แบบย่อ
- ★
สแกน 60 วินาที
แช่ในสระ ออกมาก็ได้แผนที่ร่างกาย 3 มิติ
- ★
อัลตราซาวด์รอบตัว
เซนเซอร์ ~500,000 ชิ้น ข้อมูลระดับเทระไบต์ต่อวินาที
- ★
อ้างเร็วกว่า MRI ~100 เท่า
แต่ยังเป็น prototype
- ★
ติด FDA
เริ่มจาก body-composition map ก่อน ขยายปี 2028
03เกี่ยวอะไรกับเรา
ข่าวนี้ไม่ใช่เครื่องมือที่เราเอามาใช้ทำงานพรุ่งนี้ แต่สำคัญในแง่ที่ว่าเงินและทาเลนต์ในวงการ AI กำลังกระจายข้ามไปสู่วงการอื่น แม้แต่บริษัทที่เกิดมาเพื่อสร้างภาพก็หันไปทำเทคโนโลยีสุขภาพ เป็นภาพสะท้อนว่าเส้นแบ่งของแต่ละวงการกำลังเบลอ
ฟันธง: ตามดูแบบติดเครื่องหมายคำถาม เพราะยังเป็น prototype ติดเรื่องกฎ FDA และเป็นการข้ามสายที่ต้องพิสูจน์ฝีมืออีกมาก อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินจริงกับตัวเลขความเร็ว รอผลทดสอบและการอนุมัติจริงก่อนจะเชื่อว่ามันแทน MRI ได้