หมวดหมู่
อัปเดต
91 บทความ
Ultracode เก่งขึ้นก็จริง แต่ต้องใช้กับงานที่มีเกณฑ์ตรวจ ไม่ใช่งานที่ยังคลุมเครือ
Ultracode และ dynamic workflow ช่วยให้ Claude Code ทำงานใหญ่ขึ้นได้ แต่ยิ่ง agent เก่งขึ้นเท่าไร เรายิ่งต้องมี acceptance criteria, test และ reviewer ที่ชัดขึ้นเท่านั้น
Antigravity 3.0 เปิด teamwork และ science skills - ใช้ agent หลายตัวได้ แต่ต้องมีงบและเกณฑ์
Antigravity อัปเดตทั้ง teamwork preview, science skills, Gemini 3.5 Flash รุ่นใหม่, low-effort mode และ session sync ภาพรวมคือ Google กำลังทำ coding agent ให้เป็น platform มากขึ้น
Hermes Agent 5.0 ทำให้ agent ops จริงจังขึ้น ทั้ง remote gateway, model picker และ safety
Hermes รอบนี้ไม่ได้เพิ่มแค่ฟีเจอร์เท่ แต่ขยับไปทาง agent operations เต็มตัว มี desktop/web admin, remote gateway, multi-profile, model picker, slash undo, skill pruning และ security fixes
Codex Mobile ทำให้ agent อยู่กับเราได้ทุกที่ แต่ remote control ต้องคุมสิทธิ์ให้แน่น
Codex Mobile และ Computer Use ทำให้เราสั่งงานจากมือถือไปยังเครื่องที่เชื่อมไว้ได้ เหมาะกับการดูแล task ระหว่างเดินทาง แต่ต้องจำกัดสิทธิ์ให้ชัด
MiniMax M3 มาในจุดที่น่าสนใจ - context ใหญ่ ราคาต่ำ แต่ต้องทดสอบกับงานจริง
MiniMax M3 ถูกวางเป็นโมเดล open-weight สำหรับ coding, agent และ multimodal พร้อม context 1M tokens จุดขายคือราคาต่อ token ที่ต่ำมาก แต่ยังควรเริ่มจาก benchmark งานของเราเองก่อนใช้จริง
Opus 4.8 กับ Ultracode/Dynamic Workflows — agent orchestration ต้องมี rubric ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวน
กระแส Opus 4.8 ต่อกับ Ultracode และ Dynamic Workflows ทำให้เห็นภาพ agent หลายตัวช่วยกันทำงาน แต่จำนวน agent ไม่ใช่คำตอบถ้าไม่มี rubric, budget และ Human Gate
Step 3.7 Flash ใช้ฟรีผ่าน Hermes Agent — น่าลอง benchmark แต่ห้ามผูก production กับของฟรี
Step 3.7 Flash ถูกพูดถึงในฐานะโมเดล agentic coding ที่มี context ใหญ่ multimodal/tool-use และเปิดให้ลองฟรีผ่าน Hermes Agent จุดนี้ดีสำหรับ benchmark งานจริง แต่ free access อาจเปลี่ยนได้
Codex 4.0 ถูกพูดถึงเรื่อง upgrade — อย่าเชื่อแค่ชื่อรุ่น ให้ดูงานที่ผ่านจริง
กระแส Codex 4.0 ทำให้คนใช้ OpenAI coding workflow ต้องจับตา แต่สิ่งที่สำคัญกว่าชื่อรุ่นคือ agent ทำงานกับ repo จริงได้ดีขึ้นแค่ไหนและมี limit แบบใด
Qwen 3.7 Max มีมุม free API — ดีสำหรับลอง แต่ต้องดูต้นทุนหลังทดลอง
Qwen 3.7 Max ถูกพูดถึงต่อในมุม API ที่เข้าถึงง่ายหรือฟรีมากขึ้น เหมาะกับการทดลอง agent/coding model แต่ยังต้องคิดเรื่อง quota, latency และ policy ก่อนใช้จริง
Nvidia แจก token ใช้ AI ฟรี — น่าลอง แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบ
Nvidia มีข้อเสนอ token สำหรับเข้าถึงโมเดลหรือบริการ AI แต่ของฟรีในงาน dev ต้องดู limit, model access และ data policy ก่อนเอาไปผูกกับ workflow จริง
Codex remote control เริ่มแตะเครื่องจริง — สะดวกขึ้น แต่ permission ต้องคมกว่าเดิม
Codex เริ่มถูกทดสอบในภาพ remote computer-use และการควบคุมเครื่องจากระยะไกล จุดนี้มีประโยชน์มาก แต่เสี่ยงมากถ้า permission กับ audit log ไม่ชัด
Google I/O รอบนี้เริ่มเห็นงานจริง — Gemini, Antigravity และ Flow ต้องแยกบทบาทให้ชัด
หลัง Google I/O ภาพของ Gemini ecosystem ชัดขึ้นกว่าเดิม จุดสำคัญไม่ใช่มีฟีเจอร์เยอะ แต่คือเราต้องรู้ว่าอะไรเหมาะกับงานเอกสาร งาน agent และงานครีเอทีฟ
ChatGPT real-time translation เริ่มน่าใช้กับงานไทย — แต่ศัพท์เฉพาะต้องมีคนตรวจ
การแปลสดจากภาษาไทยไปอังกฤษหรือจีนเริ่มมี use case ชัดสำหรับประชุม เทรนนิง และ customer support แต่ domain terms ยังต้องมี glossary และคนตรวจ
Google I/O รอบนี้ไม่ใช่แค่ Gemini ใหม่ — แต่คือ ecosystem AI ทั้ง video, agent, Search และ glasses
Google เปิดชุด AI ใหญ่ทั้ง Gemini Omni, Spark, Flow, Antigravity 2 และ AI glasses ภาพรวมคือ Gemini กำลังย้ายจาก chatbot ไปเป็น stack ทำงานหลายสื่อและหลายอุปกรณ์
Gemini สร้าง PDF, Docs, Sheets และ dashboard จากบทสนทนาได้แล้ว — งาน report เริ่มเบาลงจริง
Gemini เริ่มทำงานเอกสารแบบ end-to-end ได้มากขึ้น ตั้งแต่ PDF report, Google Sheets tracker, dashboard, Docs และ Markdown จุดที่ต้องระวังคือสูตร ตัวเลข และ chart ต้องผ่านคนตรวจเสมอ
Gemini 3.5 Flash เริ่มโผล่ใน Antigravity — เร็วขึ้นจริงไหม ต้องวัดกับงานของเรา
มีสัญญาณว่า Gemini Flash ใน Antigravity คุณภาพดีขึ้นจนหลายคนสงสัยว่าเป็น Gemini 3.5 Flash แล้ว แต่ข้อมูลยังเป็น early test จึงควรอ่านแบบระวังและทดสอบกับงานจริง
Google Antigravity 2.0 เริ่มชัดขึ้น — จุดน่าสนใจไม่ใช่แค่ agent แต่คือ strict mode และ sandbox
Antigravity 2.0 ถูกพูดถึงว่ามี strict mode, review policy, terminal sandbox และ rate limit ต่อโมเดล จุดนี้สำคัญเพราะ agent platform ที่ใช้ทำงานจริงต้องคุมสิทธิ์ได้ ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดเก่ง
Codex เริ่มกลายเป็น super app สำหรับงานโค้ด — สั่งงานจากมือถือและรันโมเดล local ได้แล้ว
Codex ขยับจากแอปเขียนโค้ดบนเครื่อง ไปเป็นระบบทำงานข้ามมือถือ เดสก์ท็อป และโมเดล local ผ่าน Ollama จุดนี้น่าลอง แต่ต้องตั้งขอบเขตสิทธิ์เครื่องให้ชัดก่อนใช้กับ repo จริง
Claude Opus 4.7 เพิ่ม fast mode — เร็วขึ้น 2.5 เท่า แลกกับค่าใช้จ่าย 6 เท่า
Anthropic เปิด fast mode สำหรับ Opus 4.7 บน API และ Claude Code เร็วขึ้นราว 2.5 เท่า แต่ราคาขยับเป็น $30/$150 ต่อ 1M token ราว 6 เท่าของปกติ เหมาะกับงานคุยโต้ตอบสด ส่วนงาน batch ใช้โหมดปกติคุ้มกว่า ฟันธงตามงานและคิดต้นทุนก่อนเปิด
"Claude Code เพิ่ม agent view คุมหลาย session ในที่เดียว และคำสั่งใหม่ /goal"
"Anthropic ปล่อย agent view (research preview) แดชบอร์ดเดียวเห็นทุก session ที่รันอยู่ พร้อมคำสั่งใหม่ /goal ที่ให้ Claude ทำต่อเองจนถึงเป้า สำหรับคนที่รันหลายงานพร้อมกัน"