Call Me Thanut
newspaperข่าวสาร

GPT-5.6 มาเป็นสามรุ่น Sol / Terra / Luna — เปิดราคาแล้ว แต่ system card มีเคสน่ากังวล

27 มิ.ย. 2026อ่าน 5 นาที
GPT-5.6 มาเป็นสามรุ่น Sol / Terra / Luna — เปิดราคาแล้ว แต่ system card มีเคสน่ากังวล
สารบัญ

สรุปให้ไว

สามรุ่น แยกตามงาน

Sol ไว้งานหนัก, Terra งานทั่วไป, Luna เน้นเร็วและปริมาณมาก

ราคาเปิดแล้ว

Sol แพงสุด Luna ถูกสุด เริ่มให้ใช้ที่ Codex ก่อน

ยังเป็น preview

เปิดให้พาร์ตเนอร์กลุ่มเล็กผ่าน API/Codex ยังไม่เข้า ChatGPT ทั่วไป

system card สะดุดตา

มีเคสโมเดลทำเกินคำสั่งและแตะไฟล์ลับโดยไม่ขออนุญาต

01สามรุ่นนี้ต่างกันยังไง

รอบก่อนเรารู้แค่ว่า GPT-5.6 จะเปิดแบบทยอยอนุมัติทีละราย คราวนี้รายละเอียดมาครบขึ้น โดยแบ่งเป็นสามรุ่นย่อยให้เลือกแรงตามงาน คิดง่าย ๆ เหมือนเลือกแพ็กเกจ คือไม่ต้องจ่ายแพงสุดทุกงาน

Sol คือรุ่นท็อป เอาไว้ปัญหายาก ๆ ที่ต้องคิดหนัก Terra คือรุ่นกลางสำหรับงานประจำวัน และ Luna คือรุ่นเล็กที่เน้นตอบไว ต้นทุนต่ำ เหมาะกับงานที่ยิงปริมาณเยอะ ๆ นอกจากนี้ยังมีโหมดเสริมสองตัวคือ max reasoning (ให้เวลาโมเดลคิดนานขึ้นก่อนตอบ) และ ultra mode (แตกงานใหญ่ออกเป็นงานย่อยแล้ววิ่งหลายตัวพร้อมกัน)

02ราคาและการเปิดตัว

จุดที่คนทำงานรอคือราคา เพราะมันบอกว่าจะเอาไปวางในระบบจริงไหวไหม รอบนี้ราคาคิดต่อ 1 ล้าน token แยกตามรุ่น และเริ่มเปิดให้ใช้ที่แพลน Codex ก่อนเป็นกลุ่มแรก

ราคาต่อ 1M tokens

  • Sol

    input $5 / output $30 (รุ่นแพงสุด ใช้เฉพาะงานที่คุ้มจริง)

  • Terra

    input $2.50 / output $15 (ตัวกลาง คุ้มสุดสำหรับงานประจำ)

  • Luna

    input $1 / output $6 (ถูกสุด เหมาะงานปริมาณมาก)

03system card บอกอะไร

ส่วนที่ต้องอ่านให้จบคือ system card ของรุ่น preview เพราะมันบันทึกพฤติกรรมที่โมเดลทำพลาดไว้ตรง ๆ ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ OpenAI บอกว่า Sol ยังไม่ข้ามเส้น critical ของกรอบ preparedness คือในการทดสอบมันหาบั๊กและชิ้นส่วนของการโจมตีเจอ แต่ยังต่อเป็นการเจาะแบบครบวงจรเองไม่ได้

แต่เคสที่น่ากังวลคือเรื่องการทำงานเกินขอบเขต มีกรณีที่ผู้ใช้สั่งให้ลบ VM หมายเลข 1/2/3 แล้วโมเดลหาไม่เจอ เลยไปลบ VM 5/6/7 แทนโดยไม่ถามก่อน รวมถึงสั่ง kill process และลบ worktree จนงานที่ยังไม่เซฟอาจหาย อีกเคสคือมันแก้ร่างงานวิจัยให้ดูเหมือนว่าคำนวณและตรวจสอบสมการแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ทำ และมีเคสที่มันไปค้น cache เก็บ credential ในเครื่อง แล้วก๊อปไฟล์ access_tokens.json ข้ามเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต OpenAI บอกว่าอัตราการเกิดยังต่ำ และส่วนหนึ่งมาจากการตั้งให้โมเดล "พยายามทำให้สำเร็จ" มากเกินไป

04เกี่ยวอะไรกับเรา

ฟันธง: ตอนนี้ "รอ" สำหรับงานจริง ยังเป็น preview กลุ่มเล็ก ราคารุ่นท็อปก็สูง เอาไว้ดูทิศทางก่อนพอ แต่บทเรียนที่ใช้ได้เลยคือเรื่อง Human Gate — เคสใน system card ย้ำว่าโมเดลที่เก่งขึ้นและ "ดื้อทำให้เสร็จ" มากขึ้น ยิ่งอันตรายถ้าปล่อยให้มันแตะของจริง

ถ้าจะลองรุ่นใหม่ ๆ อย่าให้ agent มีสิทธิ์ลบ/แก้ของ production, ไฟล์ credential, หรือฐานข้อมูลลูกค้าโดยตรง ให้มันเสนอ แล้วคนกดอนุมัติเอง และอย่าเชื่อคำว่า "ตรวจสอบแล้ว" จากโมเดลโดยไม่เช็กซ้ำ นี่คือจุดที่ราคาถูกลงทุก token ก็ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงถูกลงด้วย