GPT-5.6 มาแล้ว — OpenAI ปล่อยสามรุ่น Sol/Terra/Luna แรงระดับ Opus 4.8 จ่ายถูกกว่าครึ่ง
สารบัญ
สรุปให้ไว
สามรุ่นในตัวเดียว
GPT-5.6 ไม่ได้มาโมเดลเดียว แต่มาเป็น Sol (แรงสุด), Terra (ใช้ทุกวัน), Luna (เร็วประหยัด)
แรงระดับท็อป
Sol ทำคะแนน coding agent index ราว 80 สูสี Fable 5 แต่ใช้เวลาและ token น้อยกว่าครึ่ง
จ่ายถูกลง
ราคา Sol อยู่ที่ราว $35 ต่อชุด input+output เทียบกับ Fable 5 ที่ราว $60
เลือกระดับความคิดได้
ปรับ effort และโหมดความเร็วเองต่อหนึ่งงาน ไม่ต้องใช้รุ่นแพงกับงานง่าย
01มันคืออะไร
GPT-5.6 คือโมเดลรุ่นล่าสุดของ OpenAI ที่วางตัวเป็นรุ่นเรือธงต่อจาก GPT-5.5 จุดต่างที่สำคัญคือมันไม่ได้มาเป็นโมเดลก้อนเดียว แต่แตกออกเป็นสามรุ่นย่อยตั้งชื่อตามระบบสุริยะ ให้เราหยิบใช้ให้ตรงกับขนาดงาน
วิธีจำง่าย ๆ คือคิดเป็น "ทีมสามคน" — Sol คือหัวหน้าทีมที่เก่งสุดแต่คิดนานและกินทรัพยากรมากที่สุด, Terra คือคนทำงานประจำวันที่สมดุลทั้งความเร็วและคุณภาพ, Luna คือคนตัวเล็กที่วิ่งไวสุดสำหรับงานปริมาณมาก แนวทางนี้ทำให้เราไม่ต้องเผา token กับรุ่นแพงในงานที่ไม่ต้องใช้สมองมาก
02มีอะไรใหม่
นอกจากตัวโมเดล OpenAI ยังจัดระเบียบการใช้งานใหม่ โดยแบ่งเป็นสามเลนชัดเจน — Chat สำหรับถามตอบเร็ว, Work สำหรับงานหลายขั้นตอนที่ต้องทำจนจบ, และ Codex สำหรับงานเขียนโค้ด ทั้งสามเลนอยู่ในแอปเดสก์ท็อปตัวเดียว และตอนนี้ Codex ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในแอปเดสก์ท็อปนี้แล้ว ใครที่ใช้ Codex เดิมต้องโหลดแอปเดสก์ท็อปเพื่อเข้าถึงรุ่นใหม่
ด้านการวัดผล ตัวเลขจากการทดสอบหนึ่งสำนักระบุว่า Sol ทำคะแนนบน coding agent index ได้ราว 80 นำหน้า Fable 5 อยู่เล็กน้อย และทำได้โดยใช้ output และเวลาน้อยกว่าครึ่ง แต่ในอีกสนามอย่าง SWE-Bench Pro ที่วัดงานโค้ดจริง โมเดลฝั่ง Anthropic (Mythos 5) กลับทำได้ราว 80.3 ขณะที่ Sol อยู่ที่ราว 64.6 — แปลว่าไม่มีใครชนะขาดทุกสนาม เลือกตามงานที่ทำจริงดีกว่าเชื่อคะแนนใบเดียว
GPT-5.6 Sol เทียบ Claude Fable 5
- ★
ความแรงงานโค้ด (agent index)
Sol ทำได้ราว 80 นำ Fable 5 เล็กน้อย ส่วน SWE-Bench Pro ฝั่ง Anthropic ยังนำ
- ★
ความเร็ว/ประหยัด
Sol ใช้เวลาและ token น้อยกว่าครึ่งในงานเดียวกัน มีการอ้างว่าประหยัด token บนงาน agentic ราว 54%
- ★
ราคา
Sol ราว $35 ต่อชุด input+output ขณะที่ Fable 5 ราว $60 ถูกกว่าเกือบครึ่ง
- ★
จุดวางตัว
Sol แรงระดับใกล้เคียง Opus 4.8 ยังไม่แตะระดับสูงสุดของ Fable 5 แต่คุ้มกว่าเมื่อคิดต่อราคา
03เกี่ยวอะไรกับเรา
ฟันธง: ลองได้เลย โดยเฉพาะถ้างานของคุณเน้นเขียนโค้ดหรือ agent ที่ต้องรันบ่อย ๆ จุดขายจริงของ GPT-5.6 ไม่ใช่ "เก่งที่สุดในโลก" แต่คือ "เก่งพอ ๆ กับรุ่นท็อป แต่จ่ายถูกกว่าและเร็วกว่า" ซึ่งสำคัญมากเวลาคิดต้นทุนต่อเดือน
แนวทางที่คุ้มที่สุดคือจับคู่รุ่นให้ถูกงาน — ใช้รุ่นแรงอย่าง Fable 5 เป็นตัววางแผน (planner) แล้วให้ GPT-5.6 Sol เป็นตัวลงมือทำ (executor) จะได้ทั้งความแม่นและราคาที่คุมได้ ส่วนงานปริมาณมากที่ไม่ต้องใช้สมองเยอะ สลับไป Terra หรือ Luna จุดที่ต้องระวังคือโหมดความเร็วสูงจะกิน credit เร็วกว่าปกติมาก และยังมีเพดานการใช้งานทั้งแบบราย 5 ชั่วโมงและรายสัปดาห์ ดังนั้นก่อนเอาเข้า workflow จริงควรตั้ง Human Gate ตรวจงานสำคัญ และวางกติกาว่างานไหนใช้รุ่นไหน เพื่อไม่ให้บิลบานปลาย