Google AI Studio อัปเดต managed agents — ใส่ hooks กัน agent ทำพลาด เปิดใช้ฟรีทั้งบน free tier
สารบัญ
สรุปให้ไว
ยิงครั้งเดียว จบยาว
API call เดียว agent ไปคิด เขียนโค้ด รันโค้ด ลงแพ็กเกจ แก้ไฟล์ ดึงเว็บ ครบในแซนด์บ็อกซ์คลาวด์ที่ Google รันให้
hooks = ประตูตรวจของเรา
วางสคริปต์ให้ทำงานก่อน/หลังทุก tool call ถ้าสั่ง deny พร้อมเหตุผล คำสั่งนั้นถูกข้าม และเหตุผลถูกส่งกลับให้ agent หาทางอื่น
เปิดบน free tier
ทดลอง workflow แบบ agent ได้ด้วย API key ของโปรเจกต์ฟรี ไม่ต้องรอแพ็กเสียเงิน
คุมงบ + ตั้งเวลาได้
จำกัด token รวมต่อรอบ และผูก cron ให้ agent เด้งทำงานเองพร้อมแซนด์บ็อกซ์เดิมที่ไฟล์อยู่ครบ
01managed agent คืออะไร
ปกติการเรียกโมเดลคือ "ถามหนึ่ง ตอบหนึ่ง" จบ แต่ managed agent คนละแบบ — เราให้คำสั่งเดียว แล้วมันลงมือทำงานเป็นลูปเอง: วางแผน เขียนและรันโค้ด ติดตั้งแพ็กเกจที่ต้องใช้ สร้างและแก้ไฟล์ ดึงข้อมูลจากเว็บ ทั้งหมดเกิดในแซนด์บ็อกซ์คลาวด์แยกอิสระที่ Google ดูแลให้ ไม่ต้องเซ็ตเครื่องเอง
ฟีเจอร์นี้อยู่ฝั่ง Gemini API ของ AI Studio (ที่เดียวกับที่เราไปเอา API key) และรอบอัปเดตนี้เปลี่ยนดีฟอลต์มาใช้ Gemini 3.6 Flash ซึ่งเป็นรุ่นสมดุลสำหรับงานคิด เขียนโค้ด และเรียกเครื่องมือ โดยไม่ต้องแก้โค้ดอะไร ถ้าอยากเลือกเองก็สั่งผ่าน agent config ได้ทั้ง 3.6 Flash, 3.5 Flash และ 3.5 Flash Lite
02ของใหม่ที่น่าสนใจ
พระเอกของอัปเดตนี้คือ environment hooks พูดแบบภาพจำคือ "ด่านตรวจที่เราเขียนเอง" เราวางไฟล์ hooks.json ลงใน environment แล้ว runtime จะรันสคริปต์ของเราสองจังหวะ: ก่อน tool ทำงาน (ด่านกั้น) และหลัง tool ทำงาน (เก็บกวาด) ด่าน "ก่อน" คือจุดที่เราชี้ไปเฉพาะเครื่องมือเสี่ยง เช่น รันโค้ดหรือเขียนไฟล์ ถ้าสคริปต์คืนค่า deny พร้อมเหตุผล คำสั่งนั้นจะถูกข้ามไป และที่ฉลาดคือเหตุผลจะถูกส่งเข้าไปใน context ของโมเดล มันเลยไม่ค้าง แต่จะอ่านว่าโดนบล็อกเพราะอะไรแล้วลองทางใหม่ ส่วนด่าน "หลัง" ใช้จับทุกเครื่องมือด้วย wildcard เอาไว้ auto-format โค้ดหรือตรวจผลลัพธ์ ทั้งนี้ช่อง matcher รับ regex เลยเล็งหลายเครื่องมือพร้อมกันได้ และยังต่อ HTTP handler ยิงเข้า endpoint ของเราเองได้ด้วย
เครื่องมือคุมที่มาพร้อมกัน
- ★
Environment hooks
สคริปต์ก่อน/หลังทุก tool call, deny พร้อมเหตุผลได้, ตั้ง matcher ด้วย regex
- ★
Token cap
ตั้ง max total tokens (นับ input+output+thinking) พอชนเพดานมันหยุดแบบปลอดภัย สถานะเป็น incomplete แล้วส่ง interaction ID เดิมพร้อมเพดานใหม่เพื่อทำต่อจากจุดเดิม
- ★
Schedule triggers
ผูก agent+environment+prompt+cron ให้เด้งทำงานเอง ใช้แซนด์บ็อกซ์เดิม ไฟล์คงอยู่ข้ามรอบ ต่อยอดงานเก่าได้
- ★
Environments API
list/inspect/delete แซนด์บ็อกซ์จากโค้ด กู้ environment ID คืนได้โดยไม่ต้องรอหมดอายุ 7 วัน
- ★
เปิดบน free tier
ลองได้ทันทีด้วย API key ของโปรเจกต์ฟรี
03เกี่ยวอะไรกับเรา
อันนี้ตรงกับหลักที่เราย้ำตลอด — ปล่อยให้ AI ลงมือได้ แต่ต้องมีจุดที่คนหรือกฎของเราเบรกได้ hooks คือ Human Gate เวอร์ชันโค้ด: ก่อนที่ agent จะรันคำสั่งลบไฟล์ ยิง query ฐานข้อมูล หรือแตะอะไรที่อันตราย เราวางด่านให้มันขออนุญาต/โดนปฏิเสธพร้อมเหตุผลได้เลย
ฟันธง: ถ้าทำงานสาย automation หรือ dev "ลองเลย" เพราะเปิดบน free tier แต่ทำตามลำดับนี้จะเจ็บตัวน้อยสุด — เริ่มจาก after hook ที่แค่ log ว่า agent ทำอะไรไปบ้าง อ่าน log ให้เข้าใจ pattern ก่อน แล้วค่อยเขียน before hook ไปบล็อก, ตั้ง token cap ตั้งแต่รอบแรกไม่ใช่รอบที่ห้า, และรัน prompt ด้วยมือให้ผ่านก่อนเสมอค่อยเอาไปตั้ง schedule อย่าตั้งเวลาให้อะไรที่ยังไม่เคยเห็นมันทำงานจริง ต่อยอดได้ตรง ๆ คือเอา trigger + hooks ไปทำงานประจำที่ปลอดภัยตรวจสอบได้ในทีมเรา